Home ข่าวสังคม ยกเลิกครูเวรกี่โมง ขึ้นเทรนด์ ชาวเน็ตร้องคืนความปลอดภัยให้ครู

ยกเลิกครูเวรกี่โมง ขึ้นเทรนด์ ชาวเน็ตร้องคืนความปลอดภัยให้ครู

58

แฮชแท็ก #ยกเลิกครูเวรกี่โมง ขึ้นเทรนด์ ชาวเน็ตถกกันเดือด ร้องคืนความปลอดภัยให้ครู ไม่ใช่หน้าที่ต้องมารับความเสี่ยงจากอันตราย

มติคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2542 กำหนดให้สถานที่ราชการทุกแห่งต้องจัดให้มีเวรรักษาการณ์ เพื่อดูแลและป้องกันความเสียหายอันจะบังเกิดแก่สถานที่ราชการ นั่นจึงเป็นที่มาของการที่ครูทั้งชายและหญิงต้องอยู่เวรภายในโรงเรียน

เมื่อวานนี้ (20 ม.ค.) เกิดเหตุสุดสะเทือนขวัญ คนร้ายอุกอาจบุกเข้าไปทำร้ายครูผู้หญิงจนบาดเจ็บสาหัส ภายในโรงเรียนบ้านโป่งเกลือ ม.4 ต.ดอยลาน อ.เมือง จ.เชียงราย โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ไว้ทั้งหมด ก่อนมีคนมาช่วยเหลือเหยื่อออกมาจากที่เกิดเหตุ

  • หนุ่มโหดมอบตัวแล้ว บุกทำร้ายครูสาว อยู่เวรคนเดียวในโรงเรียน เปิดปากสารภาพ

โซเชียลเรียกร้อง ยกเลิกครูอยู่เวร

เรื่องนี้ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ จนแฮชแท็ก #ยกเลิกครูเวรกี่โมง ขึ้นเทรนด์ โดยมีการกล่าวถึงหลายหมื่นครั้ง

โดยมองถึงอันตรายที่ครูต้องรับความเสี่ยงจากการอยู่เวร และอยู่นอกเหนือจากหน้าที่ที่ครูควรจะทำ เพราะการอยู่เวรเพียงลำพังอาจจะต้องเจอสถานการณ์แบบข่าวดังกล่าว ซึ่งข่าวนี้ก็ไม่ใช้เคสแรกที่ครูเวรต้องเจอ

ปัจจุบันน่าจะมีมาตรการดูแลความปลอดภัยต่าง ๆ ที่เหมาะสมมากกว่าให้ครูมานอนเฝ้าโรงเรียน จึงอยากเรียกร้องให้ยกเลิกการให้ครูอยู่เวร

อย่างไรก็ตามมีครูจำนวนไม่น้อยที่โพสต์ระบุว่า แม้จะเกิดเหตุการณ์รุนแรงแบบนี้ขึ้นก็ยังต้องอยู่เวรต่อไป และผู้ใหญ่ภายในโรงเรียนก็ยังไม่เข้าใจถึงจุดประสงค์ของข้อเรียกร้องดังกล่าว

สพฐ. เข้าใจความกังวล เร่งจัดหาแนวทางใหม่

เมื่อเกิดเรื่องขึ้น ทาง รมว.ศึกษาธิการ ได้แสดงความห่วงใยต่อเหตุที่เกิดขึ้น พร้อมกำชับ สพฐ. ให้ดูแลขวัญและกำลังใจของคุณครูที่ประสบเหตุ พร้อมติดตามการดำเนินคดี

และได้สั่งการ สพฐ. ให้เสนอขอคณะรัฐมนตรีอนุมัติคืนอัตรานักการภารโรงกว่า 14,000 ตำแหน่ง เพื่อให้ทุกโรงเรียนมีนักการภารโรงประจำ ซึ่ง สพฐ. ได้จัดทำคำขอต่อ ครม. เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่กลางเดือนที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่รอ ครม. พิจารณาอนุมัติ ขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และโรงเรียนประสานความร่วมมือกับหน่วยงานปกครองในพื้นที่หรือผู้นำชุมชน ช่วยจัดเวรยามดูแลความปลอดภัยในโรงเรียน และช่วยเฝ้าระวังกรณีชุมชนมีบุคคลผู้เสี่ยงมีพฤติกรรมรุนแรง

นอกจากนี้ สพฐ. จะเร่งแต่งตั้งคณะทำงานศึกษาแนวทางการจัดเวรยามและการรักษาความปลอดภัยของสถานศึกษา ที่เหมาะกับบริบทความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปัจจุบัน รวมถึงสนับสนุนการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเสริมสร้างความปลอดภัยต่อไป