Home ข่าวสังคม พิธา ยอมรับ6เดือนที่เสียไป เสียดายโอกาสการเลือกนายกรัฐมนตรี

พิธา ยอมรับ6เดือนที่เสียไป เสียดายโอกาสการเลือกนายกรัฐมนตรี

49

25 ม.ค. 67 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล หวนเข้าสภาเป็นครั้งแรกในรอบ 6เดือน หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีการคำวินิจฉัยให้”พิธา”พ้นผิดคดีถือหุ้นสื่อไอทีวี ได้รับสมาชิกภาพ สส.กลับคืนมา  ซึ่ง นายพิธา แต่งกายด้วยชุดสูทสีดำ เน็คไทสีฟ้า ลายจุดสีขาว ซึ่งยืนยันว่าไม่ใช่กิมมิคอะไร เพราะเมื่อช่วงเช้าตนรีบ หันซ้ายหันขวาเจอเส้นไหนก่อนก็หยิบมาใส่ ทำให้นึกถึงตอนชูกำปั้นโบกมือลาเมื่อครั้งออกจากสภาขึ้นมา ซึ่งตอนนั้นก็ใส่เส้นนี้ จึงนึกสนุกขึ้นมาว่าออกไปแบบไหนก็กลับมาแบบนั้น
พิธา ยอมรับเวลา6เดือนที่เสียไป เสียดายโอกาสการเลือกนายกรัฐมนตรี
ซึ่ง นายพิธา ได้เปิดใจว่า ระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา นับตั้งแต่ที่ถูกศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ตนรู้สึกเสียดายโอกาสในการเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 แต่ช่วงถูกหยุดปฏิบัติหน้าที่ก็ยังลงพื้นที่ จ.สมุทรปราการ และได้เห็นปัญหาขยะล้นเมือง โดยตนจะใช้ข้อมูลที่ได้มาจากการพูดคุยกับผู้นำท้องถิ่นในการอภิปรายในสภาต่อไป
พิธา ยอมรับเวลา6เดือนที่เสียไป เสียดายโอกาสการเลือกนายกรัฐมนตรี

ส่วนหลังจากนี้จะมีการดำเนินคดีกับบุคคลที่มีการร้องเอาผิดเรื่องหุ้นสื่อไอทีวีหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า ไม่มี เป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้วในอดีต โฟกัสปัจจุบัน  ส่วนจะมีโอกาสกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคและผู้นำฝ่ายค้านหรือไม่นั้น ส่วนตัวไม่ได้ยึดติดเรื่องของตำแหน่ง นายชัยธวัช ก็ทำหน้าที่ได้ดี ทำงานอย่างแหลมคม เป็นตัวของตัวเอง

ทั้งนี้ มีโอกาสที่จะเลื่อนการประชุมวิสามัญให้เร็วขึ้นหรือไม่นั้น คงไม่มีเหตุจำเป็นอะไร คิดว่าเดือนเมษายนเหมาะสมแล้วที่กรรมการบริหารพรรคก้าวไกลทำงานครบวาระ 4 ปี
สำหรับบทบาทการเป็นฝ่ายค้าน ตนยึดประชาชนเป็นที่ตั้ง ไม่ได้ค้านทุกเรื่อง ค้านเฉพาะสิ่งไม่ถูกต้อง หรือค้านเพื่อแนะนำทางเลือกอื่นๆ
พิธา ยอมรับเวลา6เดือนที่เสียไป เสียดายโอกาสการเลือกนายกรัฐมนตรี

อย่างไรก็ตาม จะจับตาเรื่องโครงการแลนด์บริดจ์ของรัฐบาลเป็นพิเศษหรือไม่นั้น คงจับตาเป็นพิเศษ เพราะเมื่อฟังดูแล้วในช่วงที่ตนหยุดปฎิบัติหน้าที่ โครงการเรือธงของรัฐบาลน่าจะมี 3 อย่าง คือ โครงการดิจิทัลวอลเล็ต, แลนด์บริดจ์ และซอฟต์พาวเวอร์ ซึ่งต้องบอกว่าเป้าหมายคืออะไร แล้วค่อยลงรายละเอียด

ทั้งนี้ การอภิปรายของตนหลังจากนี้คงเน้นสาระเป็นหลัก สีสันเป็นรอง

พร้อมยืนยันเหมือนเดิมว่าการกลับมาครั้งนี้ “รู้สึกเป็นไออุ่นที่คุ้นเคย”