Home ข่าวสังคม ยุติงมค้นหาเมียฝรั่ง มรดก13ล้าน ญาติไม่ท้อส่งหนังสือขอ ‘บิ๊กโจ๊ก’ ส่งทีมเชี่ยวชาญช่วย

ยุติงมค้นหาเมียฝรั่ง มรดก13ล้าน ญาติไม่ท้อส่งหนังสือขอ ‘บิ๊กโจ๊ก’ ส่งทีมเชี่ยวชาญช่วย

64

28 ม.ค. 67 – ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าความพยายามค้นหา น.ส.อรทัย โพสีงาม ภรรยาชาวสวิตเซอร์แลนด์ ที่ได้รับเงินมรดกจากสามีที่เสียชีวิต เมื่อปี พ.ศ.2564 มากว่า 13 ล้านบาทไทย

จากนั้นแต่งงานใหม่กับชายชาวสวิตเซอร์แลนด์อีกคน ก่อนที่จะย้ายมาอยู่ประเทศไทย ที่บ้านโคกแขวน หมู่ที่ 5 ต.เฉลียง อ.ครบุรี จ.นครราชสีมาได้ประมาณ 2 ปีเศษ แต่มาหายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำตั้งแต่ 8 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา หลังจากมีปากเสียกับสามีใหม่ไม่ทันข้ามวัน

ล่าสุดตลอดช่วงเช้าวันนี้ ชุดประดาน้ำจากมูลนิธิกู้ภัย ฮุก 31 นครราชสีมา ได้นำกำลังงมค้นหาใต้น้ำบริเวณสระน้ำข้างวัดโคกแขวน ซึ่งเป็นวัดประจำหมู่บ้าน อยู่หลังบ้านพัก น.ส.อรทัยฯ ห่างไปประมาณ 200 เมตร สระน้ำมีความกว้างประมาณ 5 ไร่

ทางญาติสงสัยว่า หาก น.ส.อรทัยฯ ถูกฆาตกรรมอาจถูกนกนำตัวมาทิ้งอำพรางศพที่นี่ เพราะก่อนหน้านี้ ทีมประดาน้ำได้งมค้นหาสระน้ำกลางนา ในจุดที่ญาติสงสัยว่า จะมีร่างของ น.ส.อรทัย แต่ยังไร้วี่แวว

ซึ่งการดำค้นหาสระน้ำข้างวัด ใช้เกือบ 2 ชั่วโมง แต่ก็ไม่พบเบาะแสหรือสิ่งใดที่เกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของ น.ส.อรทัยฯ ทีมประดาน้ำจึงยุติภารกิจการค้นหาลง

นายพิสิษฐ์ พงษ์ศิริศุภกุล ผู้อำนวยการศูนย์กู้ภัยมูลนิธิพุทธธรรมฮุก 31 นครราชสีมา กล่าวว่า ทีมประดาน้ำที่ลงงมค้นหาในวันนี้ เจอเพียงกิ่งไม้หรือเศษวัสดุต่างๆ ที่เจอได้ทั่วไปเท่านั้น ยังไม่พบวัตถุหรือสิ่งใดๆ ต้องสงสัย ที่จะเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของ น.ส.อรทัย

หากมีการนำชิ้นส่วนมนุษย์มาศพมาถ่วงน้ำจริง ไม่เกิน 3-5 วัน ต้องลอยขึ้นมาอย่างแน่นอน ไม่เหมือนการทิ้งเป็นเศษชิ้นส่วนที่จะจมอยู่ใต้น้ำ แต่จากการปูพรมงมทั่วทั้งสระที่มีความลึกเพียงประมาณ 2 เมตรเศษ ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ

ด้าน นางสาวธิดารัตน์ โพสีงาม น้องสาวของ น.ส.อรทัย ผู้สูญหาย กล่าวว่า แม้ว่าการค้นหาวันนี้หรือที่ผ่านๆ มา จะยังไม่พบร่างหรือเบาะแสใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับพี่สาว แต่ครอบครัวจะยังเดินหน้าต่อไป เพื่อตามหาพี่สาวกลับบ้านให้ได้ ไม่ว่าจะกลับมาในรูปแบบใด จะเป็นทางวิทยาศาสตร์หรือไสยศาสตร์ก็ตาม

ทั้งนี้ส่วนตัวคิดว่า ตอนนี้พี่สาวคงไม่มีชีวิตอยู่แล้ว เพราะขาดการติดต่อไปนานขนาดนี้ ซึ่งไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน และหากพี่สาวจะหนีออกไปเอง ก็น่าจะเอาเอกสารสำคัญ เงิน เสื้อผ้าติดตัวไปบ้าง แต่ที่หายไปในครั้งนี้ แม้แต่รองเท้าก็ไม่ได้หายไป และเท่าที่รู้ ถ้าพี่สาวจะหายตัวไปเอง ก็ไม่มีประเด็นใดที่จะเป็นชนวนเหตุ

ตอนนี้ทางครอบครัวได้ทำหนังสือไปถึง “บิ๊กโจก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หลักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ช่วยส่งเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนี้โดยเฉพาะ ลงมาช่วยติดตามหาตัวพี่สาวอีกทางหนึ่ง