Home ข่าวสังคม รปภ.เล่านาทียื้อชีวิต ม.2 ถูกแทง วิ่งมาหาขอให้ช่วย บอกน้องว่า ‘อย่าหลับนะๆ’

รปภ.เล่านาทียื้อชีวิต ม.2 ถูกแทง วิ่งมาหาขอให้ช่วย บอกน้องว่า ‘อย่าหลับนะๆ’

61

กรณีนักเรียนแทงกันที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งย่าน พัฒนาการ 26 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ขณะเลิกแถวกำลังเดินขึ้นห้องเรียน ทำให้เด็กนักเรียนชายชั้น ม.2/3 ที่กำลังจะเดินขึ้นชี้นเรียน ถูกแทงเข้าที่บริเวณลำคอและท้ายทอยเป็นแผลฉกรรจ์ จนสุดท้ายเสียชีวิตในเวลาต่อมา

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 29 ม.ค.67 ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับ น.ส.เอ (นามสมมุติ) พนักงานรักษาความปลอดภัยของโรงเรียน เล่าว่า หลังจากนักเรียนเลิกแถวแล้ว กำลังจะขึ้นห้องเรียน ตนก็อยู่ในป้อม แต่จู่ๆ เด็กนักเรียนคนที่ถูกแทง ก็วิ่งออกมาเพื่อขอความช่วยเหลือ เอามือกุมบาดแผลบริเวณลำคอไว้ แล้วก็วิ่งมาล้มลงตรงกลางสนามกีฬา ตนจึงรีบวิ่งออกไปช่วย เอาผ้าไปอุดบริเวณแผล ไม่ให้เลือดไหลไปมากกว่านี้

โดยตอนนั้นน้องนิ่ง พูดไม่ได้ เพราะเลือดไหลเยอะมาก ตนก็พยายามบอกน้องว่า “อย่าหลับนะๆ” พยายามเรียกให้เขามีสติตลอด ส่วนคนก่อเหตุ ตนเห็นว่าวิ่งตามน้องที่ได้รับบาดเจ็บมา ไม่ยอมพูดจาอะไร แต่สายตาจ้องมายังน้องตลอด จนคุณครูต้องมารีบจับตัวและระงับเหตุเอาไว้

“ไม่รู้เลยว่า เด็กนักเรียนทั้ง 2 คนมีปัญหาอะไรกัน แต่รู้เพียงว่าคนก่อเหตุเป็นเด็กพิเศษที่มีพัฒนาการช้า แต่จากการสังเกตก็เห็นน้องมีกลุ่มเพื่อน ยิ้มแย้มแจ่มใสตามปกติ วันเกิดเหตุก็ไม่ได้เห็นว่ามีอาการเครียด และทั้ง 2 คนก็ไม่ได้สนิทสนมกัน จึงไม่ทราบเลยว่า สาเหตุที่ก่อเหตุแบบนี้เกิดจากอะไร ที่ผ่านมาโรงเรียนก็มีมาตรการตรวจอาวุธของนักเรียนอยู่แล้ว แต่ยอมรับว่า ไม่ได้ตรวจทุกวัน” น.ส.เอ กล่าว

ด้าน ผู้ปกครองนักเรียน กล่าวว่า ตนเป็นผู้ปกครองของนักเรียนชั้น ม.2/3 อยู่ห้องเดียวกันกับเด็กนักเรียนที่ก่อเหตุ โดยลูกชายบอกว่าอยู่ในเหตุการณ์แทงกัน ตนรู้สึกตกใจมาก วันนี้จึงรีบมารับลูกกลับบ้านก่อน เพราะกลัวว่าลูกจะเสียขวัญ หลังจากที่ทราบว่าเด็กที่ก่อเหตุเป็นใคร ก็รู้สึกตกใจมาก

เพราะว่าที่ผ่านมาลูกชายเคยมาเล่าให้ฟังว่า เด็กที่ก่อเหตุมักจะ ไม่ค่อยพูดจาหรือสุงสิงกับใคร ดูเป็นคนเงียบผิดปกติ ตนมักจะบอกลูกเสมอว่าให้ระวังเอาไว้ เพราะไม่รู้ว่าเด็กที่ไม่พูดหรือเงียบแบบนี้ ในใจคิดอะไรอยู่ แต่ก็คิดเลยว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น

หลังจากที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ตนก็ปรึกษากับครอบครัวว่า อยากจะพาลูกย้ายออกจากโรงเรียนนี้ เนื่องจากมองว่ามันไม่มีความปลอดภัย โรงเรียนไม่มีการตรวจอาวุธ ทั้งที่ บริเวณโดยรอบดังกล่าวก็มักจะมีนักเรียนหรือวัยรุ่นตีกันเป็นประจำ

อย่างกรณีล่าสุดที่ตนเห็นเหตุการณ์ และเข้าไปช่วยเหลือคือเห็นนักเรียนวัยรุ่นใช้มีดจี้นักเรียนด้วยกัน จึงมองว่าโรงเรียนทราบปัญหานี้แล้วก็ควรเข้มงวดเรื่องความปลอดภัยมากกว่านี้ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นก็ไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว ทั้งนี้ ตนก็จะกลับไปพูดคุยกับลูก เรื่องย้ายโรงเรียน