Home ข่าวสังคม พิธา ลั่น ถ้าอยากยุติชีวิตการเมืองผม ทำเลย ชี้ ยังมีคนเก่งอีก รออยู่ข้างหลัง

พิธา ลั่น ถ้าอยากยุติชีวิตการเมืองผม ทำเลย ชี้ ยังมีคนเก่งอีก รออยู่ข้างหลัง

63

เมื่อวันที่ 2 มี.ค. 2567 ที่ตลาดบิ๊กซัน ต.หนองวัวซอ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี พรรคก้าวไกล นำโดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล นายอภิชาติ ศิริสุนทร สส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรค ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร

นายกรุณพล เทียนสุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ รองโฆษกพรรค พร้อมด้วย สส. และทีมก้าวไกลจังหวัดอุดรธานี เปิดเวทีรับฟังปัญหาที่ดินจากชาวบ้านหนองวัวซอ เพื่อนำไปเป็นแนวทางแก้ไขและผลักดันในสภาฯ โดยมีชาวบ้านกว่า 500 คน เข้าร่วมงาน

โดยนายพิธา กล่าวว่า วันนี้มาลงพื้นที่เพื่อดูเรื่องความเหลื่อมล้ำในสิทธิที่ดินของประชาชน ทั้งนี้ พี่น้องประชาชนชาวอุดรธานีให้ความไว้วางใจพรรคก้าวไกล ในการเลือกตั้งที่ผ่านมาอย่างถล่มทลาย กว่า 300,000 คะแนน

ถือว่าเป็นการเติบโตที่ไม่ธรรมดา ตนจึงต้องลงมาด้วยตนเอง เพื่อมาขอบพระคุณพ่อแม่พี่น้อง ที่ให้ความไว้วางใจพรรคก้าวไกล แม้จะไม่ได้มาเป็นอันดับหนึ่ง แต่ก็สู้ขาดใจแน่นอน

นายพิธา กล่าวว่า ปีหน้าจะมีการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ซึ่งมีความสำคัญ เราเป็นผู้บริหารท้องถิ่นที่มีความยึดโยงกับประชาชน ต้องมาจากการเลือกตั้ง เป็นคนที่บริการสาธารณะให้กับชาวอุดรธานี เหมือนเป็นจิ๊กซอว์สุดท้าย ตามวิสัยทัศน์ของพรรคก้าวไกล ที่ต้องการเห็นจังหวัดอุดรธานีเท่าเทียมกันและเท่าทันโลก

ตนอยากเห็นพี่น้องชาวอุดรธานีหากินได้ใน จ.อุดรธานี ไม่ต้องไปเมืองนอกเมืองนา ทั้งนี้ ว่าที่ผู้สมัคร อบจ. พรรคก้าวไกล ยอมรับว่าเราเป็นมวยรองที่มีโอกาสชนะแน่นอน เพราะเลือกตั้งที่ผ่านมาบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกลได้มาอยู่ 300,000 คะแนน ในขณะเดียวกันการเจริญเติบโตของพวกเราก็มีมากเรื่อยๆ

เรื่องสิทธิในที่ดินทำกิน ในประเทศไทยเป็นที่ดินของรัฐบาลเยอะ เป็นที่ดินของราชการเยอะ ในประเทศไทยมี 320 ล้านไร่ 60% เป็นของรัฐบาล 40% เป็นที่ของประชาชน ซึ่งมีแค่กำมือเดียวเท่านั้น

ถ้าอยากเห็นประเทศพัฒนาเจริญขึ้น ไม่ต้องเป็นหนี้สิน เข้าถึงระบบได้โดยไม่ต้องเป็นหนี้นอกระบบ จะต้องมีที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ เพราะคำว่าสิทธิ์ที่ดินแปลได้หลายอย่าง เป็นสิทธิในการทำกิน ให้เป็นสิทธิในการเช่า เป็นสิทธิในการบริหารจัดการก็ได้

“รัฐบาลให้สิทธิในการเช่าแค่ 3 ปี อย่างนี้ไม่ถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์ ผมจะทำร้านก๋วยเตี๋ยว ทาสียังไม่แห้ง เขาจะเอาคืนก็ได้ พ่อแม่พี่น้องจะปลูกมะม่วง สักปีสองปี ถ้าเขาอยากเอาคืน ภายใน 3 ปีเอาคืนได้ ความมั่นคงในชีวิตมันไม่มี แม่นบ่แม่น” นายพิธา กล่าว

นายพิธา กล่าวว่า เรื่องการได้กรรมสิทธิ์ที่ดิน ถือเป็นการลดความเหลื่อมล้ำ เป็นการแก้ไขหนี้สินนอกระบบอย่างแท้จริง ฉะนั้น วิธีคิดของตน ไม่ใช่บอกว่าให้ประชาชน เป็นที่อยู่อาศัย คอยจ่ายค่าเช่าให้กับรัฐบาล ไม่ใช่แบบนั้น

ไม่ใช่แค่ขอให้มีที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย แต่ต้องเป็นสิทธิในการบริหารอนาคตของตัวเอง สิทธิในการมอบที่ดินให้กับลูกหลาน การมีกรรมสิทธิ์ในการจะเอาที่ดินเข้าธนาคาร นำเงินออกมาแก้ปัญหา ช่วยทำให้อุดรธานีน่าอยู่

“แรงงานเก่งๆ ไม่ต้องไปอยู่ไต้หวัน อิสราเอล ไปอยู่เกาหลีใต้ ให้เขาสามารถลืมตาอ้าปากได้ในอุดรฯ ฉะนั้น เวลาที่มีนักการเมืองมาบอกพี่น้องว่าเราจะให้ถึงสิทธิที่ดิน พี่น้องถามเขากลับไปเลยว่า สิทธิที่ดินที่ท่านพูดถึงหมายความจังได๋” นายพิธา กล่าว

นายพิธา กล่าวว่า ทั้งหมดทั้งมวลอยู่ที่หลักคิด อยู่ในวิสัยทัศน์ เรื่องการจัดการที่ดิน ประเทศที่ร่ำรวยแล้ว ส่วนใหญ่ที่ดินเป็นของราษฎรทั้งนั้น ที่ดินของรัฐบาลจะมีทำไมเยอะแยะ

มีพี่น้องถามว่าก้าวไกลจะเป็นอย่างไรบ้าง ตอนนี้เป็นกระสุนตกเลยหรือไม่ ตนก็บอกว่าวิกฤตของพรรคก้าวไกลไม่ยิ่งใหญ่เท่าวิกฤตประชาชน และตนไม่ได้พูดเล่น ตนไม่ได้พูดเอาคะแนนเสียงอย่างเดียว

ตนศึกษามาแล้วว่าครั้งที่แล้วคนอุดรธานีไปเลือกตั้งน้อยมาก เพราะแรงงานส่วนใหญ่อยู่ต่างประเทศเลยไม่ได้เลือก ซึ่งเป็นปัญหามาจากปัญหาหนี้สิน ปัญหาความแห้งแล้ง ดังนั้น วิกฤตของประชาชนยิ่งใหญ่กว่าวิธีของพรรคก้าวไกล

“ถ้าเขาอยากจะยุติชีวิตทางการเมืองของผม ทำเลย ผมไม่มีอะไรค้างคาใจอีกแล้ว เราคือพรรคที่เอาชนะเพราะการทำงานเพื่อประชาชน แล้วผมก็วางแผนในการบริหารองค์กรไว้เยอะแยะ ยังมีคนเก่งอีก 20 คน ข้างหลังยังมีคนเก่งอีกรออยู่ข้างหลัง” นายพิธา กล่าว

ด้านนายอภิชาติ กล่าวว่า พรรคก้าวไกลอยากเปลี่ยนชนบทให้เข้มแข็ง เป็นรากฐานให้ประเทศ แต่จะเปลี่ยนได้ต้องติดกระดุมเม็ดแรก คือเรื่องกรรมสิทธิ์ในที่ดิน การซื้อขายที่ดินที่ทับซ้อนระหว่างประชาชนกับหน่วยงานรัฐ ต้องมีการยกระดับสิทธิ์ให้กับพี่น้อง

ถ้าแก้ปัญหาเรื่องนี้ไม่ได้กระดุมเม็ดต่อไปก็ติดไม่ได้ ถ้าติดอยู่ที่หน่วยงานรัฐกับหน่วยงานรัฐ ก็จะใช้กลไก กมธ. ถ้าพี่น้องประชาชนอยู่มาก่อน ทางราชการต้องน้อมรับ โมเดลที่ดีต้องให้สิทธิ์ประชาชนก่อน ดังนั้น กมธ.ที่ดินจะรวบรวมข้อมูล และนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร

นอกจากนี้ในเรื่องที่ดิน ต้องมีการจัดระบบน้ำใหม่ เพื่อป้องกันปัญหาภัยแล้ง เรื่องราคาข้าวตกต่ำ เรื่องหนี้สิน ถึงแม้เราเป็นฝ่ายค้าน แต่เราจะใช้กลไกของสภาฯ ไม่ว่าจะเป็นตั้งกระทู้ถาม หรือกมธ. ช่วยพี่น้องขับเคลื่อนแก้ไขปัญหา โดยการรวบรวมข้อมูล จัดระบบข้อมูลนำไปนำเสนอ