Home ข่าวสังคม ภูธรภาค 1 แถลงจับเครือข่ายยาเสพติด 10 ล้านเม็ด มูลค่า 300 ล้าน รวบผู้ต้องหา 2 ราย

ภูธรภาค 1 แถลงจับเครือข่ายยาเสพติด 10 ล้านเม็ด มูลค่า 300 ล้าน รวบผู้ต้องหา 2 ราย

52

4 มี.ค. 67 – พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผบ.ตร. พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผช.ผบ.ตร. พล.ต.ท.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผบช.ภ.1 ร่วมแถลงข่าว ผลการจับกุมเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือลงสู่พื้นที่ภาคกลาง สามารถตรวจยึดยาบ้าของกลางได้จำนวนกว่า 10,000,000 เม็ด มูลค่า 300 ล้านบาท

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นปฏิบัติการร่วมกันระหว่าง ตำรวจภูธรภาค 1 เจ้าหน้าที่ทหาร และ ฝ่ายปกครอง ที่ได้ขยายผลจากการจับกุมยาเสพติด ที่อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยพบว่ามีขบวนการลักลอบขนยาเสพติดทางพื้นที่ตอนเหนือของประเทศไทยเข้าก็มาสู่บริเวณและปริมณฑล ในพื้นที่ของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค1

โดย ผู้กำกับสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี ได้ประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ให้เฝ้าระวังและติดตามหลังทราบการข่าวว่า ขบวนการดังกล่าวได้ว่า จ้างให้ลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ภาคเหนือมายังพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กระทั่ง วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 เวลาประมาณ 19.15 น. ขบวนการดังกล่าวได้ลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา

ด้วยรถบรรทุกฮีโน่ และใช้รถกระบะเป็นรถนำทาง เมื่อเข้าไปจอดในปั๊ม หัวหน้าชุดปฏิบัติการได้แสดงตัวเข้าตรวจค้น จนพบยาเสพติดบรรจุอยู่ในรถบรรทุกจำนวนมากถึง 10,000,000 เม็ด พร้อมจับกุมผู้ต้องหาสองรายคือ นายจรัสหรือคิว อายุ 47 นายธีรนันท์หรือเค อายุ 45 ปี

ซึ่งเจ้าหน้าที่จะใช้มาตรการเพิ่มโทษกับผู้ที่ถูกจับกุมดำเนินคดี ในความผิดฐานยาเสพติดมาก่อนด้วย ตามนโยบายของ พลตำรวจเอกต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยหลังจากนี้ตำรวจภูธรภาค 1 จะประสานกับ บช.ปส. และ ป.ป.ส. เพื่อเน้นดำเนินการขยายผลต่อไป ซึ่งปฏิบัติการครั้งนี้สามารถยับยั้งการแพร่กระจายของยาเสพติดในท้องตลาดที่อาจมีมูลค่าสูงถึง 300 ล้านบาท

พล.ต.ท.จิรสันต์ กล่าวว่า เบื้องต้นผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพ และให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี โดย นายคิว คนขับรถบรรทุก สารภาพว่า ได้รับเงินค่าจ้างขนยาเสพติดจากจังหวัดพะเยา มาส่งในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน 200,000 บาท

ส่วนนายเค คนขับรถกระบะนำทางได้เงินค่าจ้าง 30,000 บาท จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายคิว เคยถูกจับกุมดำเนินคดีฐานเป็นผู้เสพมาก่อน และรู้จักกับเครือข่าย จึงผันตัวมาเป็นคนขนส่งในภายหลัง จากการสืบสวนเบื้องต้นพอทราบเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลังแล้ว

นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้ประชุมร่วมกับ ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอทั่วประเทศ และกำชับให้ต้องการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นนโยบายที่สำคัญของกระทรวงมหาดไทย ที่จะต้องบูรณาการร่วมกับทุกฝ่ายทั้งตำรวจทหาร, .ป.ป.ส., รวมถึงองค์กรภาคเอกชนในการเฝ้าระวังและรับแจ้งเบาะแสยาเสพติด สามารถแจ้งได้ที่ตำรวจ 191, ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด หรือศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ โทรศัพท์ 1567