Home ข่าวสังคม “ต่างชาติฮุบภูเก็ต” ฝรั่งเตะหมอ สะเทือนทั้งเกาะ เบื้องลึกมาเฟียภูเก็ตมีหรือไม่

“ต่างชาติฮุบภูเก็ต” ฝรั่งเตะหมอ สะเทือนทั้งเกาะ เบื้องลึกมาเฟียภูเก็ตมีหรือไม่

50

กรณี ฝรั่งเตะหมอ เหตุเกิดที่หาดยามู จังหวัดภูเก็ต ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 มี.ค.67 รองผู้ว่าฯภูเก็ต ได้ออกหนังสือด่วนที่สุดถึง ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมือง จ.ภูเก็ต ในการสั่งเพิก ถอนวีซ่า “เดวิด ฝรั่งเตะหมอ” โดยระบุว่ากระทำของ นายเดวิด มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคม หรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุขและความเรียบร้อยของประชาชน เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างแรงกระเพื่อม สะเทือนเกาะภูเก็ต ไปถึงเรื่อง ต่างชาติฮุบภูเก็ต และ ภูเก็ตไม่มีมาเฟีย 

โดยทางด้าน สส.เฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต 2 พรรคก้าวไกล ผู้ซึ่งได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบปางช้าง หรือศูนย์อนุรักษ์ช้างภูเก็ต ของ นายเดวิด ฝรั่งเตะหมอ ในพื้นที่ต.เชิงทะเล   ได้ออกมาโพสต์ล่าสุดเกี่ยวกับประเด็น ต่างชาติฮุบภูเก็ต

"ต่างชาติฮุบภูเก็ต" ฝรั่งเตะหมอ สะเทือนทั้งเกาะ มาเฟียภูเก็ตมีหรือไม่

ต่างชาติฮุบภูเก็ต !?

ผมเชื่อว่าขณะนี้คนภูเก็ตและคนไทยจำนวนไม่น้อยให้ความสนใจกับกรณี Get out David อย่างมาก ซึ่งเรื่องนี้มีทั้งประเด็นอ่อนไหวที่ต้องพิจารณาด้วยความละเอียดรอบคอบ และประเด็นที่เป็นปัญหาที่มีอยู่จริง กรณีฝรั่งเดวิดอาจถือเป็นเพียงหนึ่งในยอดภูเขาน้ำแข็งที่โผล่ขึ้นมาให้มองเห็นเท่านั้น ขณะที่ข้างใต้ซ่อนสิ่งที่มองไม่เห็นเอาไว้อีกมาก ดังเช่นคำถามที่ว่า มาเฟียภูเก็ตมีหรือไม่ หรือคนไทยกลายเป็นพลเมืองชั้น 2 ในบ้านตัวเองไปแล้วใช่หรือไม่ เป็นต้น

"ต่างชาติฮุบภูเก็ต" ฝรั่งเตะหมอ สะเทือนทั้งเกาะ มาเฟียภูเก็ตมีหรือไม่

สำหรับมุมมองของผมต่อกรณี Get out David แน่นอนว่าพฤติกรรมและคำพูดบางอย่างของเขาได้สร้างความไม่สบายใจให้คนไทยและคนภูเก็ต แต่ผมก็ไม่สบายใจเช่นกัน หากกรณีนี้จะกลายเป็นการปลุกกระแสในลักษณะชาตินิยมที่นำไปสู่การแสดงออกถึงความเกลียดชังหรือไม่ต้อนรับชาวต่างชาติ ซึ่งจะไม่เป็นผลดีต่อภูเก็ตในฐานะเมืองท่องเที่ยวอย่างแน่นอน

"ต่างชาติฮุบภูเก็ต" ฝรั่งเตะหมอ สะเทือนทั้งเกาะ มาเฟียภูเก็ตมีหรือไม่
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ก็ต้องมองแยกกับการกระทำผิดต่อกฎหมายไทยหรือไม่ ซึ่งหากชัดเจนพอที่จะไม่ต่อวีซ่าหรือดำเนินการอย่างเด็ดขาดในคดีอื่นๆที่เขาไปเกี่ยวข้องเป็นเรื่องที่ผมสนับสนุนเต็มที่ครับ และต้องไม่ใช่กรณีของฝรั่ง  เดวิด เท่านั้น แต่ควรใช้มาตรฐานเดียวกันในกรณีอื่นๆด้วย เนื่องจากกรณีนี้ได้เปิดเปลือยสิ่งที่ภูเก็ตซ่อนเอาไว้ แม้ตลอดเวลาที่ผ่านมาในการให้สัมภาษณ์เจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะบอกเสมอว่า “ภูเก็ตไม่มีมาเฟีย” ก็ตาม

แต่ท่านจะพูดให้เชื่อได้อย่างไรล่ะครับ ในเมื่อเวลาเราไปเดินชายหาดตอนนี้เราแทบจะหาทางเข้าหาดสาธารณะไปเจอแล้ว กลับจะไปเจอพื้นที่ลักษณะ ‘หาดส่วนตัว’ เต็มพื้นที่ที่ไม่ใช่เฉพาะวิลล่าหรูของ  David เท่านั้น ประเด็นก็คือวิลล่ารุกล้ำชายหาดแบบนี้ที่มีจำนวนมากในภูเก็ตสามารถออกมาได้อย่างไร หากไม่มีกลไกที่เอื้ออย่างเป็นระบบเข้ามาเกี่ยวข้องระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับกลุ่มทุนและอะไรที่เป็นสีเทาๆในพื้นที่

และถ้าไม่มีสิ่งที่เหล่านี้จริง ป่านนี้นอกจากกรณี David เราคงได้เห็นการสำรวจการรุกล้ำหรือครอบครองชายหาดภูเก็ตเป็นพื้นที่ส่วนตัวและไล่ยึดกลับคืนมาให้พี่น้องประชาชนกันครึกโครมทั้งภูเก็ตไปแล้วครับ

"ต่างชาติฮุบภูเก็ต" ฝรั่งเตะหมอ สะเทือนทั้งเกาะ มาเฟียภูเก็ตมีหรือไม่
นอกจากนี้ จากกรณี David อีกเช่นกัน ที่ได้ทำให้เราต้องกลับมาตั้งคำถามว่าปัจจัยอะไรที่ทำให้คนต่างชาติรู้สึกถึงอภิสิทธิมากเสียจนทำให้หลุดและมองคนพื้นเมืองว่าต่ำกว่า และคนต่างชาติที่คิดแบบนี้มีอีกมากน้อยแค่ไหน และมีรูปแบบอย่างไรในภูเก็ต

หลายปีมานี้มีลักษณะการเข้ามาของทุนต่างชาติทุนหนา ใช้นอมินีเข้ามาซื้ออสังหาหรูหราหรือวิลล่าคราวละมากๆ ไม่ว่าจะเป็นทุนจีนหรือล่าสุดก็คือทุนรัสเซียในระยะหลัง ซึ่งน่าสนใจว่าท่านนายกฯเองที่อยู่ในแวดวงนี้มาก่อนก็คงจะรู้ข้อมูลนี้ดี พอๆกับรับทราบตัวเลขที่เติบโตของบริษัทเดิมที่ท่านเคยบริหารอยู่บ้าง แต่ในมุมของความขึงขังในการจัดการปัญหาเหล่านี้กลับดูเบาบางกว่าที่ควรเป็นคร้บ

สิ่งที่น่ากังวลคือต่างชาติพวกนี้จะไปลงทุนในธุรกิจต่างๆในไทยต่อไปเรื่อยจนครบวงจรคล้ายๆกรณีทัวร์ 0 เหรียญครับ ทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนเข้ากระเป๋าของพวกตัวเอง แต่คนไทยแทบไม่ได้ประโยชน์จากตรงนี้เลย ซึ่งเม็ดเงินตรงนี้มหาศาลมากพอที่จะใช้ในการหล่อเลี้ยงระบบกลไกเชิงอุปถัมป์จากเจ้าหน้าที่รัฐและผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ และรูโหว่ตรงนี้นำไปสู่การที่คนไทยหรือภูเก็ตในอนาคต ไม่สามารถเข้าถึงทรัพยากรหรือแข่งขันได้ด้วยขนาดต้นทุนที่ต่างกันมหาศาล

"ต่างชาติฮุบภูเก็ต" ฝรั่งเตะหมอ สะเทือนทั้งเกาะ มาเฟียภูเก็ตมีหรือไม่

เจ้าบ้านจึงอาจต้องแปลงสภาพกลายเป็นเพียงแรงงานที่สามารถทำได้เพียงงานรับจ้างหรืองานบริการเท่านั้น จึงไม่แปลกที่จะสร้างสภาวะการมองคนพื้นเมืองเป็นเพียงพลเมืองชั้นสองในบ้านตัวเอง และในขณะเดียวกันรูโหว่ที่เปิดขนาดนี้ยิ่งทำให้การก่ออาชญากรรมต่างๆยิ่งง่ายขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการฟอกเงิน หรือการเข้ามาใช้ไทยเป็นส่วนหนึ่งของอาชญากรรมข้ามชาติ

สำหรับแนวทางการแก้ปัญหา ก่อนอื่นผมคิดว่าต้องมองว่าปัญหานี้เป็นเรื่องใหญ่ จะมองแต่เม็ดเงินที่เข้ามาซื้ออสังหา ซื้อวิลล่าหรู โดยไม่มองผลกระทบอื่นไม่ได้ เป็นหน้าที่ของรัฐบาลโดยตรงที่จะต้องหาแนวทางกำกับดูแล อย่างน้อยที่สุดก็ต้องมีฐานข้อมูลของชาวต่างชาติที่มาอยู่ในไทยไม่ว่าในระยะสั้นหรือระยะยาวก็ตาม

ในการนี้พรรคก้าวไกล กำลังศึกษาเพื่อผลักดันร่างกฎหมายให้มีการแก้ไขกฎหมายทั้ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง ,พ.ร.ก.การบริหารจัดการคนต่างด้าว และ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
"ต่างชาติฮุบภูเก็ต" ฝรั่งเตะหมอ สะเทือนทั้งเกาะ มาเฟียภูเก็ตมีหรือไม่
เพื่อให้รัฐมีเครื่องมือในการกำกับดูแลทั้งคนต่างชาติและคนไทย ซึ่งไม่ใช่เพื่อมุมมองที่ตอบสนองความรู้สึกชาตินิยมเป็นเป้าหมายหลัก แต่เพื่อแก้ปัญหาทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาใช้แรงงานในไทยจะต้องอยู่ในหลักการที่ทำให้กฎหมายถูกบังคับใช้ได้ง่ายขึ้น และต้องอยู่ในระบบฐานข้อมูลของรัฐให้ได้ หรือชาวต่างชาติที่เข้ามาอยู่ในไทยไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม จะต้องมีข้อมูลในระบบเพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายสามารถทำได้ในทุกกรณี ไม่มีระบบช่วยเหลือเอื้อประโยชน์กันดังที่เป็นอยู่อีกต่อไป