Home ข่าวสังคม คิดว่าปาดหน้า กระบะอุกอาจยิงซัลโวหนุ่มดับคาสี่แยก ตร.ตามถึงบ้าน ปิดล้อม 5 ชม. คดีพลิก ของกลาง

คิดว่าปาดหน้า กระบะอุกอาจยิงซัลโวหนุ่มดับคาสี่แยก ตร.ตามถึงบ้าน ปิดล้อม 5 ชม. คดีพลิก ของกลาง

74

วันที่ 9 มี.ค.67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นเวลา 17.30 น.วันที่ 8 มี.ค.67 พ.ต.ท.ยศวีร์ สวัสดิโยธิน สว.สอบสวน สภ.ทุ่งคอก ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันบริเวณสี่แยกตลาดดอนตำลึง ม.4 ต.บ่อสุพรรณ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี

จึงได้รุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ญาณาธร สนิทปัญญาวุโธ ผกก.สภ.ทุ่งคอก เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิเสมอกันสุพรรณบุรี กองพิสูจน์หลักฐาน กก.สส.ภ.จว.สุพรรณบุรี

โดยในที่เกิดเหตุ พบรถยนต์เก๋ง ซิตี้ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน ฌบ 5931 กทม.จอดอยู่ ใกล้กันบริเวณหน้ารถเก๋ง พบศพชายนอนเสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อต่อมา คือ นายธวัช ใจอดทน อายุ 47 ปี อยู่ ต.บ่อสุพรรณ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ถูกยิงเข้าที่บริเวณหน้าอก 1 นัด เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ


จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ตำรวจ สภ.ทุ่งคอก ได้รับแจ้งว่ามีเหตุยิงกันคาดว่าน่าจะเป็นการขับรถปาดหน้ากัน โดยผู้ตายได้ขับรถมาจอดบริเวณร้านค้าใกล้จุดเกิดเหตุถนนสี่แยกตลาดพันตำลึง

จากนั้นผู้ตายได้เดินลงมาจากรถ และถูกรถกระบะมาจอดยิงเสียชีวิต หน้ารถของตนเอง จากนั้นผู้ก่อเหตุก็ขับรถหลบหนีไป ต่อมา หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ทุ่งคอก พร้อมด้วยสนธิกำลัง ตำรวจชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.สุพรรณบุรี

ได้ลงพื้นที่ กว่า 20 นาย ติดตามเบาะแสของคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุยิงอุกอาจในครั้งนี้ต่อมาจึงได้ทราบว่าเป็นใคร จึงติดตามไปปิดล้อมที่บ้านของผู้ต้องสงสัย บริเวณบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ม.9 ต.บ่อสุพรรณ อ.สองพี่น้อง

โดยใช้เวลา กว่า 5 ชม. ในการปิดล้อม โดยระหว่างนั้นเจ้าของบ้านไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจค้นบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานทำการขอหมายค้น จากศาล จ.สุพรรณบุรี

ต่อมา เวลา 23.00 น. ตำรวจจึงได้นำหมายศาลได้เข้าทำการตรวจค้นบ้านผู้ต้องสงสัย โดยพบว่าภายในบ้าน มีการซุกซ่อนยาเสพติด เป็นยาบ้าจำนวน 670 เม็ด และไม่พบตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว คาดว่าจะหลบหนีไปแล้ว ขณะนี้กำลังเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี

ส่วนประเด็นการก่อเหตุยิงในครั้งนี้ จากการสอบสวนเบื้องต้นนั้น ผู้ตายและผู้ก่อเหตุ เคยมีปัญหาทะเลาะวิวาทกันมาก่อน และการก่อเหตุในครั้งนี้ คาดว่าน่าสงสัยจะมาจากเรื่องปมธุรกิจมืด อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสวนข้อเท็จจริง อย่างละเอียดอีกครั้ง