Home ข่าวสังคม จับหนุ่มสาว ลอบขน ปืนสอยโดรน อาวุธไฮเทคไร้กระสุน จากไทยใช้สู้รบในเมียนมา

จับหนุ่มสาว ลอบขน ปืนสอยโดรน อาวุธไฮเทคไร้กระสุน จากไทยใช้สู้รบในเมียนมา

43

เมื่อวันที่ 29 มี.ค.67 ที่สภ.แม่สอด อ.แม่สอด จังหวัดตาก พ.อ.ณัฐกร เรือนติ๊บ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจราชมนู อ.แม่สอด จ.ตาก และพ.ต.อ.พิทยากร เพชรรัตน์ ผกก.ส.ภ.แม่สอด นำของกลางที่จับกุมได้เป็น อุปกรณ์ระบบป้องกันสแปมแบบมือถือ ชนิดป้องกันสัญญาณกล้องติดอยู่กับที่ (ปืนตัดสัญญาณอากาศยานไร้คนขับ) จำนวน 1 ชิ้น พัดลมปรับอากาศ จำนวน 1 ตัว พร้อมกล่องพัสดุสำหรับจัดส่งไปประเทศเมียนมาอยู่ในกล่องพลาสติก สีดำ และกล่องพัสดุ มาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนแม่สอด

โดยแจ้งว่า เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา ก่อนการจับกุม เจ้าพนักงานชุดจับได้รับแจ้งเบาะแสจากสายลับว่า จะมีการลักลอบขนสินค้าเกี่ยวกับอาวุธ ผ่านการใช้บริการขนส่งไปยังประเทศเมียนมา เจ้าพนักงานชุดจับจึงรวบรวมข้อมูลรายละเอียด และร่วมเดินทางไปตรวจสอบ

โดยการวางแผนให้ผู้ต้องหาซึ่งมีชื่อเป็นผู้ส่งพัสดุมาติดต่อรับพัสดุ เนื่องจากมีปัญหาในการขนส่ง เมื่อผู้ต้องหามาถึงบริเวณจุดที่นัดพบตรวจสอบพัสดุเจ้าพนักงานก็แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงาน และขอตรวจสอบพัสดุต่อหน้าผู้ต้องหา ผลการตรวจสอบปรากฏว่ามีของกลางดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่า เมื่อสอบถามผู้ต้องหาแล้ว ผู้ต้องหาบอกว่าได้รับการร้องขอจากบุคคลรู้จัก ให้สั่งสินค้าทางออนไลน์ส่งไปยังประเทศเมียนมา ซึ่งเมื่อสอบถามเกี่ยวกับการได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานแล้วผู้ต้องหาแจ้งว่า ไม่เคยได้รับอนุญาตแต่อย่างใด

เจ้าพนักงานตำรวจจึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง และนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อกล่าวหาว่า “สั่งเข้ามา นำเข้ามา ผลิต หรือ มีซึ่งยุทธภัณฑ์ โดยไม่ได้รับอนุญาต” ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พุทธศักราช 2530

สำหรับผู้ต้องหาเป็นบุคคลต่างด้าว สัญชาติเมียนมา คือ นายแย หน่อง (ไม่มีชื่อสกุล) อายุ 25 ปี และ น.ส.ซูซู เนียน (ไม่มีชื่อสกุล) อายุ 27 ปี ชาวตำบลแม่ตาว อ.แม่สอดเช่นกัน

พ.อ.ณัฐกร กล่าวว่า โดรนทั้งหมดจะถูกนำไปใช้ในปฏิบัติการทางทหาร ที่กำลังขัดแย้งกันอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งปัจจุบันโดรนถูกนำมาใช้เป็นยุทธวิธีหลัก แต่สำหรับประเทศไทยจะไม่สนับสนุน และให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมาใช้พื้นที่ประเทศไทยในการสะสมกำลัง และการเก็บอาวุธ

รวมทั้งการใช้เป็นเส้นทางผ่าน อุปกรณ์ที่ยึดมามีประสิทธิภาพสูงมากในการตัดสัญญาณโดรนได้ไกลถึง 1,500 เมตร ต้องขอบคุณหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชนที่ให้ความร่วมมือ เพราะสินค้าดังกล่าวเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ

พ.ต.อ.พิทยากร กล่าวว่า เป็นงานของการทำงานร่วมกันระหว่างตำรวจกับทหารโดยใช้การข่าวทำงานร่วมกัน จนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา 2 คน และหลังจากดำเนินคดีจะมีการขยายผลในทางคดีด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.อ.ณัฐกรพร้อมทหาร สาธิตในการใช้โดรนกับการตัดสัญญาณ ซึ่งสามารถใช้ได้ไกล และมีประสิทธิภาพมาก