Home ข่าวสังคม สาวขับเก๋งชน “ตำรวจทางหลวง” ขณะปฏิบัติหน้าที่บาดเจ็บสาหัส นำขึ้น ฮ. ไปรักษา เพียง 3 นาที ต้องนำกลับมาส่งที่เดิม

สาวขับเก๋งชน “ตำรวจทางหลวง” ขณะปฏิบัติหน้าที่บาดเจ็บสาหัส นำขึ้น ฮ. ไปรักษา เพียง 3 นาที ต้องนำกลับมาส่งที่เดิม

37

เมื่อช่วงเย็นวันที่ 16 เม.ย. 2567 มีรายงานข่าวอุบัติเหตุ รถยนต์เก๋งพุ่งชนตำรวจทางหลวง ด.ต.ปิยนันท์ สีเสื้อ ผบ.ส.ทร.3 กก.1บก.ทร. ขณะที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจร อยู่ที่หมู่ 4 ต.ดีลัง อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี จนทำให้ร่างของ ด.ต.ปิยนันท์ กระเด็นลอยไปไกลราว 10 เมตร ศีรษะด้านหน้ากระแทกกับพื้น ล้มหมดสติอาการสาหัส

สาวขับเก๋งชน ตร.ทางหลวง บาดเจ็บสาหัส นำขึ้น ฮ. 3 นาทีต้องกลับมาส่งที่เดิม
สาวขับเก๋งชน ตร.ทางหลวง บาดเจ็บสาหัส นำขึ้น ฮ. 3 นาทีต้องกลับมาส่งที่เดิม

เจ้าหน้ากู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู ได้รีบนำตัว ด.ต.ปิยนันท์ ส่งโรงพยาบาลพัฒนานิคม อ.พัฒนานิคม ก่อนที่ต่อมาสำนักงานตำรวจทางหลวงลพบุรี ได้ติดต่อประสานงานกับกองบินตำรวจ เพื่อขอสนับสนุนให้นำเฮลิคอปเตอร์มารับผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลพัฒนานิคม จ.ลพบุรี เพื่อส่งต่อไปยังโรงพยาบาลตำรวจ กรุงเทพฯ

จนกระทั่งเวลา 22.00 น. เฮลิคอปเตอร์พร้อมแพทย์และอุปกรณ์การแพทย์ฉุกเฉิน ได้บินมาลงจอด ณ สนามโรงเรียนพัฒนานิคม ซึ่งอยู่ห่างจากโรงพยาบาลราว 1 กิโลเมตร มารับตัว ด.ต.ปิยนันท์ ไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลตำรวจ แต่หลังจากที่เฮลิคอปเตอร์ได้ยกตัวขึ้นไปได้ประมาณ 3 นาที นักบินได้ประสานกลับลงมายังภาคพื้น เพื่อนำเฮลิคอปเตอร์บินกลับมาลงจอด ณ จุดเดิม โดยทีมแพทย์ที่ดูแลอยู่บนเครื่องว่าชีพจรของ ด.ต.ปิยนันท์ ตกกะทันหัน ความดันไม่คงที่ เนื่องจากความกดอากาศ คนไข้อยู่ในอาการวิกฤตไม่สามารถนำไปต่อได้ จึงได้ให้รถพยาบาลมารับออกจากเฮลิคอปเตอร์ นำไปยังโรงพยาบาลพัฒนานิคม เหมือนเดิม

สาวขับเก๋งชน ตร.ทางหลวง บาดเจ็บสาหัส นำขึ้น ฮ. 3 นาทีต้องกลับมาส่งที่เดิม
สาวขับเก๋งชน ตร.ทางหลวง บาดเจ็บสาหัส นำขึ้น ฮ. 3 นาทีต้องกลับมาส่งที่เดิม

หลังจากทีมแพทย์ได้ประเมินจึงได้ขอส่งต่อด้วยการเคลื่อนย้ายทางรถยนต์ ไปยังโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช อ.เมืองลพบุรี ซึ่งเป็นโรงพยาบาลประจำจังหวัดขนาดใหญ่ มีเครื่องมือและบุคลากรทางการแพทย์พร้อมมากกว่า โดยทีมแพทย์ได้ประเมินเบื้องต้นว่า ด.ต.ปิยนันท์ เสียเลือดมาก และมีภาวะสมองบวม ถือเป็นอาการที่มีความรุนแรงมาก หากไม่รับการรักษาอาจทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ หรือหากรับการรักษาช้าเกินไป ก็อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวตามมา ซึ่งต้องได้รับการผ่าตัดเป็นการด่วน

เบื้องต้นแพทย์ได้ให้ยากระตุ้น เพื่อให้ชีพจร และความดันกลับมาคงที่ แต่ต้องดูอาการหลังการผ่าตัดอีกครั้ง และยังคงต้องอยู่ในความดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากขณะนี้ยังไม่พ้นขีดอันตราย

ขณะที่ทางด้านสาวซึ่งเป็นคนขับรถเก๋งคันที่ชน ด.ต.ปิยนันท์ ได้ถูกควบคุมตัว ไปดำเนินการสอบสวน ยัง สถานีตำรวจภูธรพัฒนานิคม โดยให้การว่าช่วงขณะเกิดเหตุเป็นช่วงที่ตำรวจทางหลวงได้วางกรวยขยายช่องทางพิเศษ เพื่อให้รถวิ่งโดยสะดวก แต่พอมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางคอขวด และช่วงนั้น ด.ต.ปิยนันท์ ยืนคอยโบกรถอยู่ ซึ่งเธอไม่ทันสังเกตุเห็นจึงขับมาชนอย่างแรง จนทำให้ ด.ต.ปิยนันท์ บาดเจ็บสาหัส